

เขียนโดย
PEEBEWA" 비와
ที่
01:50
1 ความคิดเห็น
เขียนโดย
PEEBEWA" 비와
ที่
09:15
0
ความคิดเห็น
+ มาสรุปข้อสอบ โอเน็ต ดีกว่า
จะว่ายากมั๊ยหรอ? ก็ไม่ใช่จะยากอะไรขนาดนั้น ถ้าเกิดอ่านไป
แต่บางข้อก็อันซีนจริงๆ อะ ไม่เคยพบเคยเจอ =[]=;
{ ไม่รู้คนอื่นคิดเหมือนกันเปล่าว่า ดาว้องก์เกือบๆ 60 ข้อเลยนะ ! }
• มุสลิมหมายถึง? = รักสงบ (ไม่แน่ใจ)
• ถ้าเห็นดอกกุหลาบสีแดงแล้วจำได้ เรียกว่า? = สัญญา
• สส. ปัจจุบันกี่คน? = 480 คน
• องค์การเอกชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุด? = กรีนพีซ
• เมืองหลวงที่อายุใกล้เคียงกรุงเทพมหานครที่สุด? = วอชิงตัน ดีซี (มั่นใจมาก!)
• ดอนหอยหลอด? = แรมซาร์
• หินอะไรใช้ทำครก? = แกรนิต
• ผู้รับมรดกโดยกฏหมาย อันดับแรกคือ? = คู่สมรส (ไม่แน่ใจ)
• ระบอบประชาธิปไตย ใครมีอำนาจสูงสุด? = ประชาชน
• เศรษฐกิจไทยตกต่ำที่สุดช่วงใด? = หลัง WWI (ไม่แน่ใจ)
• ภพ-ภูมิ เกี่ยวข้องกับเรื่องใด? = กรรม
• ฮ่องกงเป็นรัฐหรือไม่? เพราะ? = ไม่เป็น เพราะ.. (ไม่แน่ใจ)
• ประเทศใดเป็นสมาชิกทั้ง ASEAN และ APEC? = เวียดนาม
• โอลิมปิก บูชาเทพเจ้าชื่อ? = Zeus
• เศรษฐกิจพอเพียง เริ่มที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่? = 9 (ไม่แน่ใจ)
• ข้อใดไม่ใช่แผนที่เฉพาะทาง? = ภูมิประเทศ (ไม่แน่ใจ)
• คำนิยาม นายกรัฐมนตรี ข้อใดถูก? = 2 วาระ หรือ 8 ปี (ไม่แน่ใจ)
• เสนาบดีแห่งกองทัพธรรมในยุดกึ่งพุทธกาลช่วงหลัง? = พระพุทธทาสภิกขุ
• พิธีที่ฆราวาสไม่เกี่ยวข้อง? = ปวารณา
• agena 21? = แผนแม่บทสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน
• เอกเทวนิยมศาสนาพรหมณ์-ฮินดู? = ตรีมูรติ
• ลำดับศักดิ์กฎหมายใดเท่าเทียมกัน? = พระราชบัญญัติ + ประมวลกฏหมาย
• สหกรณ์ประเทศแรก? = อังกฤษ
• สหกรณ์อะไรที่อาชีพไหนก็เข้าร่วมได้? = ร้านค้า
• ไม่ได้แยกมาจากยูโกสลาเวีย? = บัลแกเรีย
• ชนชาติแรกที่อยู่ในประวัติศาสตร์ชาติตะวันตก? = สุเมเรียน
• ซื้อกระเป๋าจากอิตาลี 1 ล้านมาขายในไทย อยู่ในบัญชี? = เดินสะพัด
• ญาณที่ทำให้พระพุทธเจ้าตรัสรู้? = อาสวักยาน
• อานาปานสติ เป็นสติปัฏฐานแบบใด? = กายานุปัสสนา กำหนดลมหายใจ
• ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เกี่ยวกับน้ำในฤดูแล้ง? = 1,000 ลบ.ม.ต่อการเพาะปลูก 1 ไร่
• สมุหนายก-กลาโหม ฝ่ายเหนือ-ใต้ ในสมัยของ? = พระเพทราชา
• ไปเที่ยวสถานที่นิกายพุทธมหายาน ต้องไปที่? = ประสาทหินพิมาย
• คนทำผิดร้ายแรง ตาม รัฐธรรมนูญ 50 สามารถเนรเทศได้รึป่าว? = ไม่ได้
• ไซโครมิเตอร์? = ตุ้มแห้งตุ้มเปียก
• กฎแห่งกรรมอยู่ในหลักธรรมใด? = นิยาม 5
• ข้อใดเป็นสินค้าสาธารณะ? = ป้องกันประเทศ
• หน้าที่ของมุสลิมที่มีต่อพระเจ้าคือ?
• ข้อใดแสดงว่าคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า? = ไพร่
• ทำไมออสเตรเลียจึงเลี้ยงสัตว์? = แห้งแล้ง
• ร.5 ทำอะไรก่อนเป็นอย่างแรกหลังขึ้นครองราชย์? = ตั้งหอรัษฏากร (ไม่แน่ใจ)
• สถาบันทางสังคมไหนที่ทำหน้าที่แทนสถาบันอื่นได้? = ครอบครัว (ไม่แน่ใจ)
• พรบ.พรรคการเมือง มีครั้งแรกสมัย? = จอมพล ป
• เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความหลากหลายด้านอะไร? = ชนเผ่า (ไม่แน่ใจ)
• อะไรเป็นเศรษศาสตร์มหภาค? = ส่งออก
• จุดประสงค์ของหลักการมอนโร? = ไม่ให้ยุโรปมายุ่ง (ไม่แน่ใจ)
• พระมหากษัตริย์ตามแบบสมมติเทพ มาจาก? = พราหมณ์ ฮินดู
• นักมนุษยนิยม เป็นผลผลิตจากยุค? = Renaissance
• ปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะที่สอง เป็นการใช้? = เหล็กกล้า
• การปกครองแบบประชาธิปไตยเริ่มขึ้นสมัย? = กรีก
• เรือนเครื่องสับ? = ฝากระดาน
• การกระทำใดขัดขวางการพัฒนาประเทศ? = นอนหลับทับสิทธิ์
• โครงสร้างทางสังคมที่สำคัญที่สุดคือ? = กลุ่มสถาบัน (ไม่แน่ใจ)
• ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับชนชั้นกลางในยุโรป? = ปฏิวัติวิทยาศาสตร์
• มีส่วนร่วมในการบริหารท้องถิ่น? = นายกเทศมนตรี
• เงินที่ได้จากการขายตั๋วคลัง? = เงินกู้ระยะยาว
• เราจะช่วยรักษาป่าไม้ได้อย่างไร?
เท่าที่จำได้ :'))
เขียนโดย
PEEBEWA" 비와
ที่
05:35
0
ความคิดเห็น
Proverbe ★
Un proverbe est une formule langagière de portée générale
contenant une morale ou une vérité d'expérience que
l'on juge utile de rappeler. Il n'est pas attribué à un auteur,
contrairement à la citation ou l'apophtegme) : Les proverbes sont
souvent très anciens et servent généralement d'argument d'autorité.
Leur utilisation dans le cadre d'une argumentation peut
donc atteindre au sophisme.
Certains proverbes en contredisent d'autres, suivant,
par exemple, qu'ils célèbrent les vertus de l'audace,
ou au contraire, de la prudence.
Le proverbe n'est pas forcément incisif,
il peut être banal, mais il est surtout générique / de portée générale.
Il est fixe en langue, (il forme un bloc autonome)
mais peut comporter des variantes. Il est souvent imagé,
métaphorique, mais pas toujours.
Les proverbes appartiennent au patrimoine linguistique d'un pays.
Se pose alors la question de leur conservation
(c'est-à-dire de leur mise par écrit) et avant tout de la collecte
de ce savoir diffus, plus rural qu'urbain et surtout porté
par les anciennes générations. Ce savoir tend à se perdre
avec les mouvements d'urbanisation, de modernisation,
de scolarisation des dernières décennies qui valorisent
la culture écrite, rationalisée, standardisée et coupée
de ses racines locales, rurales et traditionnelles. [réf. nécessaire]
Les proverbes sont étudiés par la parémiologie.
Le terme "proverbe" est un terme générique,
couvrant des concepts différents. Quelques éléments
permettent de les différencier, bien que la frontière séparant
les uns des autres ne soit pas véritablement tranchée :
- Le dicton constate plutôt un fait
(exemple : « Noël au balcon, Pâques au tison »).
- L’aphorisme résume une théorie, tire une conclusion de faits observés
(« chat échaudé craint l’eau froide »,
« la vie est courte, l’art difficile », « tel père, tel fils »).
- L’adage exprime plutôt un conseil juridique ou pratique
(« qui veut voyager loin ménage sa monture »).
- Le précepte énonce un enseignement d’ordre artistique,
scientifique, philosophique ou moral
(« l’éducation a des racines amères, mais ses fruits sont doux »).
- La maxime édicte une règle de conduite
(« il vaut mieux se faire agréer que de se faire valoir »,
« dans le doute, abstiens-toi »).
- La sentence émet un jugement moral, souvent
de manière dogmatique
(« qui ne sait pas rendre un service n’a pas le droit d’en demander »,
« n’accuse pas le puits d’être profond, si tu prends une corde trop courte »).
เขียนโดย
PEEBEWA" 비와
ที่
08:11
0
ความคิดเห็น